[OS] Side by Side – #Soonhoon [Genderbend]

[OS] Side by Side Soonyoung x Jihoon [Genderbend]   ถ้าจะถามว่าความสัมพันธ์ในจุดที่เกินคำว่ารูมเมทของซุนยองและจีฮุนมันเริ่มจากตรงไหน คงตอบได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะทุกๆอย่างที่เป็นอย่างทุกวันนี้มันค่อยๆก่อตัวช้าๆจากความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมห้องธรรมดามากกว่า… ตอนจีฮุนยังเป็นเฟรชชี่นั้น เธอต้องหาหอพักเพราะมหาวิทยาลัยอยู่ไกลจากบ้านมาก จนมาเจอประกาศในอินเทอร์เน็ตของซุนยอง หลังจากคุยกันได้ระยะหนึ่ง จีฮุนก็ต้องประหลาดใจ การหารูมเมทของซุนยองนั้นคือการหาใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น เพราะห้องพักที่เป็นสมบัติส่วนตัวของครอบครัวควอนนั้นไม่จำเป็นต้องมีคนแชร์ค่าเช่า คนตัวเล็กจึงไม่สบายใจนักหากจะต้องมากินอยู่โดยไม่ได้ช่วยอะไร ตกลงกันอยู่นานจึงได้ข้อสรุปว่า นอกจากค่าเช่าที่ไม่ต้องจ่าย ค่าใช้จ่ายอื่นๆจีฮุนจะช่วยออกหารทุกอย่าง รวมถึงจะช่วยทำกับข้าวไว้ให้หากมีเวลาด้วย ช่วงแรกๆนั้น จีฮุนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเพราะไม่ชินกับการต้องอยู่ร่วมห้องกับใคร แต่เพราะความอัธยาศัยดีของซุนยองที่พยายามเข้าหาเธออยู่เสมอ เกราะบางๆที่เธอมีก็หมดลงไป แต่เธอไม่คิดเลยว่าการลดเกราะครั้งนี้จะเป็นการเปิดเส้นทางบางอย่างด้วย จีฮุนรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งนั้นแม้ไม่สวยบาดตาบาดใจ แต่ดวงตาเรียวชี้คู่นั้นกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนไม่ว่าจะหญิงหรือชาย และนั่นก็ทำให้ซุนยองคบหากับคนเหล่านั้น…ถ้าให้จีฮุนนับตลอดสองปีที่อยู่ด้วยกันก็เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละคนเลยทีเดียว แต่เพราะคบกันไว ความสัมพันธ์ก็จบไวเช่นกัน หลายครั้งทีเดียวที่จีฮุนต้องฟังรูมเมทร้องไห้ฟูมฟายก่นด่าคนรักเก่า(พร้อมกับดื่มเบียร์ไปด้วย) แต่บางครั้งอีกฝ่ายก็จบความสัมพันธ์ได้แบบไม่มีความรู้สึกอะไรนอกจากเสียดายเวลา มันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่ซุนยองจะคบหรือจะเลิกกับใคร แต่มันก็เกี่ยวกับจีฮุนได้อย่างไม่น่าเชื่อตรงที่ว่า…ในทุกคืนหลังจากเลิกคบกับใครสักคน เตียงนอนกว้างของจีฮุนจะมีรูมเมทขึ้นมานอนด้วย ถ้านอนด้วยกันเฉยๆจีฮุนอาจไม่รู้สึกอะไร แต่อีกคนนั้นกลับชอบมาเบียดมาซุก จับโน่นจับนี่ในตำแหน่งที่ถ้าเป็นเพื่อนนอนด้วยกันแล้วก็คงไม่ทำกัน และสัมผัสเหล่านั้น…ทิ้งความรู้สึกแสนประหลาดเอาไว้ในใจเธอทีละเล็กละน้อย จนมาถึงวันหนึ่ง วันที่ทุกอย่างระหว่างพวกเธอทั้งสองคนนั้นเปลี่ยนมาอยู่อีกจุดหนึ่ง   “แล้วเธอก็ต่อยหน้าหมอนั่น” “อือ”เสียงยานคางเอ่ยขึ้นเบาๆ มือนุ่มของซุนยองจับผ้าชุบน้ำเย็นที่แปะไว้บนหน้าผากของตัวเอง…เป็นอีกครั้งที่จีฮุนต้องแบกซุนยองออกมาจากผับใกล้ๆ ห้องชุด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังพูดจาตอบโต้ได้อยู่ จีฮุนจึงตัดสินใจทำให้สร่างเมาเล็กน้อยเพื่อยังให้ประคองสติพูดคุยได้อยู่ “น่าโมโหเป็นบ้า บอกว่าเป็นคนคุยกันเฉยๆ ทั้งๆที่เคยล้วงมือเข้าชั้นในฉันแล้วเนี่ยนะ […]

[OS] #Getwellsoon {MingyuxMinghao}

 หมิงฮ่าวรู้สึกเหมือนส่วนหนึ่งในใจหล่นวูบหายไป เมื่อเห็นร่างของเพื่อนสนิทล้มลงกับพื้นในระหว่างที่พวกเขากำลังซ้อมเพื่อคอนเสิร์ตในอาทิตย์หน้า แม้เขาจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่อาการเดินกะเผลกๆที่ดูยังไงก็ไม่สามารถปกติได้เพียงแค่การนั่งพัก พี่ใหญ่อย่างซึงชอลก็ยื่นคำขาดว่า หากไม่ยอมไปให้แพทย์ดูอาการ เขาจะตีหัวอีกฝ่ายแล้วพาไปเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้คิมมินกยูต้องออกไปโรงพยาบาลแต่โดยดี ซึ่งผลที่ออกมาก็น่าตกใจไม่น้อย…อาการอ่อนเพลียและกล้ามเนื้ออักเสบที่ไม่ได้เป็นกะทันหัน และคำสารภาพเสียงอ่อยของมินกยูที่บอกว่าเจ็บตั้งแต่คอนเสิร์ตรอบสุดท้ายที่โซลแล้ว แต่ก็ฝืนแสดงต่อจนจบได้ ทำให้ซึงชอลที่ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไรทันที แต่ความเงียบของลีดเดอร์แห่งเซเว่นทีนนั้นก็ทำให้บรรยากาศของห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลนั้นดูน่ากลัวขึ้นไปอีก   “ผมนึกแล้ว ถ้าบอกไปพวกฮยองก็เป็นอย่างนี้กันอะ ผมยังทำงานต่อได้น่า”   ชายหนุ่มร่างสูงผิวสีแทนในชุดโรงพยาบาลเอ่ยเสียงเบา ที่มือมีสายน้ำเกลือเสียบไว้ เขาจะต้องนอนให้น้ำเกลือจนหมดถึงจะสามารถกลับหอพักได้ เมเนเจอร์ของพวกเขาแจ้งกลับไปยังครอบครัวมินกยูเรียบร้อยแล้ว และพร้อมเสมอหากพ่อแม่ของเขาจะเข้ามาเยี่ยม   “ยังจะพูดมากอีกเหรอ ถ้าช้ากว่านี้ก็จะบาดเจ็บเรื้อรังแล้ว”หนึ่งในกลุ่มพี่ใหญ่อย่างจองฮันเอ่ยขึ้นมาอย่างหงุดหงิดปนเป็นห่วง “อยากมีอาการเจ็บติดตัวตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบห้าเหรอ” “เจ็บอะไรก็บอกกันสิ พักให้หายแล้วซ้อมก็ไม่เป็นไร แต่เจ็บแล้วฝืนมันไม่มีอะไรดีเลยนะ”จวิ้นฮุยพูดต่ออย่างจริงจัง “เห็นแก่ตัวบ้างก็ได้นะฮยอง พวกเราไม่ว่าอะไรหรอก ยังไงมันก็สุขภาพของฮยองเองนั่นแหละ”น้องเล็กสุดอย่างชานก็พูดอย่างจริงจังเช่นกัน “แล้วทำไมเจ็บไม่บอกกันบ้างหือ ทำไมถึงปล่อยให้ฉันขี่หลังตั้งนานสองนาน”ซุนยองเอ่ยอย่างเคร่งเครียด ดวงตาเรียวชี้แสดงความกังวลออกมาจนมินกยูอดยิ้มปลอบไม่ได้ “ตอนนั้นยังพอทนไหวนี่ฮยอง แต่มันเพิ่งมาเจ็บจริงๆเอาช่วงสุดท้ายนี่แหละ ไม่ใช่ความผิดฮยองหรอก” “ซึงชอลจะไม่พูดอะไรกับน้องหน่อยเหรอ”จีซูที่เงียบมานานหันไปหาหัวหน้าวงและพี่ใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมนั่นไม่แสดงความรู้สึกอะไรจนคนพูดประโยคเมื่อครู่รู้สึกขนลุกแทนเจ้าน้องชายวิชวลอย่างบอกไม่ถูก   “ก็ดื้อที่จะทนจนมันเจ็บขนาดนี้ ฉันจะพูดอะไรได้”   พูดสั้นๆแค่นั้นก่อนจะเอ่ยต่อ “ทุกคนกลับไปที่หอก่อนเถอะ เก็บของกันจะได้ไปสนามบินแต่เช้า เดี๋ยวให้เมเนเจอร์เฝ้า…”   “ผมขออยู่นี่ก่อนได้ไหมครับ” น้ำเสียงอ่อนๆจากหนึ่งคนที่เงียบมานานทำให้ทุกคนหันไปมองต้นเสียง หมิงฮ่าวยิ้มน้อยๆก่อนจะพูดต่อ “ผมเฝ้าเขาเองครับ กลัวจะซึมเป็นลูกหมาน้อยไปมากกว่านี้ […]